ปัญหาความไม่โปร่งใสและทุจริตคอรัปชั่นของภาครัฐและเอกชนและแนวทางในการแก้ไข

 

  รศ.ดร.มาณี  ไชยธีรานุวัฒศิริ

 

การสัมมนาเรื่อง ปัญหาความไม่โปร่งใสและทุจริตคอรัปชั่นของภาครัฐและเอกชนและแนวทางในการแก้ไข  เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร การจัดการสมัยใหม่ ซึ่งวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมจัดขึ้นสำหรับนักศึกษาของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรทุกรุ่น และข้าราชการของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้ข้อสรุปจากการสัมมนาดังนี้ 

 1.สภาพและความสำคัญของปัญหา

ความไม่โปร่งและการทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยสืบเนื่องเป็นเวลานาน และทวีความรุนแรงในปัจจุบัน ทำให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ดังวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี พ.. 2540 ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ความสงบสุขของสังคมและความมั่นคงของชาติ

ความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอรัปชั่นเกิดในวงการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและการเมือง  เช่น การฮั้วการประมูล  ทุจริตการเลือกตั้ง  สส.และสว. ไม้ป่าสาละวิน กรณีอูริควูลฟ์กัง งบเงินกู้มิยาซาวา ทุจริตยา ผักสวนครัวรั้วกินได้   ข้อมูลรูปธรรมที่สามารถชี้วัดสภาพปัญหาที่ปรากฎในผลงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (รายงานประจำปี พ..2543)        มีเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 1,789 เรื่อง  ซึ่งพบว่า เป็นเรื่องทุจริตต่อหน้าที่  มากที่สุดถึง  966  เรื่อง รองลงมาคือ เรื่องความผิดเกี่ยวกับเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ     171  เรื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาในเรื่องต่าง ๆ นั้นมีจากทุกกระทรวง  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยถูกร้องเรียนมากที่สุด

ปัญหาความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอรัปชั่น สาเหตุเกิดจากคนและระบบ

 คน เป็นต้นตอปัญหาทั้งหมด  ความไม่โปร่งใส การทุจริตเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของคน  พฤติกรรมของคนได้รับอิทธิพลจากความรู้สึกนึกคิด ค่านิยมของตนเอง ค่านิยมทางสังคม    คนในสังคมไทยมีความรู้สึกนึกคิด ค่านิยมและการปฎิบัติหลายประการที่สืบสานกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ดังเช่น 

       ความเกรงใจ   

        ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ  บุญคุณต้องตอบแทน

        เกรงกลัวผู้มีอำนาจและอิทธิพล  

       ระบบอุปถัมภ์เป็นผู้ใหญ่ต้องเลี้ยงลูกน้อง

       กลัวเสียหน้า 

       เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ 

       สินน้ำใจ   ของฝากติดไม้ติดมือ 

ในยุคสมัยหนึ่งอาจจะถือว่าค่านิยมดังกล่าวเป็นสิ่งดีงาม      ต่อมาเมื่อสภาวะทางสังคมที่พัฒนาวัตถุมากกว่าจิตใจ  ทำให้ค่านิยม วัฒนธรรมหลายด้านดังกล่าว บิดเบือนไป กลายเป็นค่านิยมที่ฝังลึกในสังคมไทย ดังเช่น

         ความโลภ

         ความเห็นแก่ตัวเองและพรรคพวก 

         ประโยชน์ต่างตอบแทน กินตามน้ำ 

         กลัวนาย ประจบสอพลอ  ส่งส่วย 

         หน้าใหญ่ใจโต   ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย 

         ชอบของขวัญของฟรี  

         ใช้เงินซื้อความสะดวกสบาย เป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา 

         มือใครยาวสาวได้สาวเอา  

         บูชาเงินและอำนาจ  ใช้อำนาจเพื่อตนเองและพรรคพวก 

ค่านิยมเหล่านี้เกิดในทุกระดับของสังคมไทย  เป็นปัญหาพื้นฐานที่เป็นมูลเหตุของการทุจริตคอรัปชั่นในปัจจุบัน

ระบบ  ถูกกำหนดขึ้นโดยอาศัยหลักการเพื่อทำให้เกิดระเบียบขึ้นมาในสังคม และในองค์กร  ซึ่งมีพัฒนาการมาโดยลำดับ   ในปัจจุบันได้มีข้อความเห็นร่วมว่า  ระบบเป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกับ คน ที่ก่อความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอรัปชั่น  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   ระบบ
ราชการและหน่วยงานของรัฐ ที่โครงสร้างระบบ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีลักษณะที่เป็นจุดอ่อน ดังเช่น

       กฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มีขั้นตอนมาก มีช่องว่างและความล้าสมัย

       ผู้บริหารมีอำนาจมาก  ใช้ช่องว่างจากกฎระเบียบ

       การขาดระบบข้อมูลที่ทันสมัย 

       ขาดการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเปิดเผย

       การบริหารจัดการไม่ได้ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ

       ระบบเงินเดือนที่ไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิต 

       ระบบการพัฒนาคุณภาพคน  ล้มเหลว

       ระบบอุปถัมภ์เข้มแข็งกว่าระบบคุณธรรม

         ระบบการลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ศักดิ์สิทธิ์

         ขาดกลไกการติดตาม การประเมินผล

สภาพดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใส ความไม่เป็นธรรม รวมทั้งเอื้อต่อการทุจริตคอรัปชั่น 

2. ข้อพิจารณา

เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนตระหนักปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในภาครัฐ เป็นปัญหาวิกฤตระดับชาติ จึงกำหนดให้มีการศึกษาวิจัยซึ่งพบว่า ประชาชนเห็นว่าปัญหาคอรัปชั่นมีความสำคัญรองจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ พบในกลุ่มนักการเมืองมากกว่าข้าราชการ ประชาชนเคยถูกเรียกร้องสินบน (.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคณะ, 2542)  ในกลุ่มผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินพิเศษหรือสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อความสะดวกในการรับบริการ และร้อยละ 79 ของผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา  จำนวนเงินที่จ่ายขึ้นอยู่กับความถี่ในการติดต่อ  หน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างจะเรียกเงินพิเศษบ่อยที่สุด ภาคธุรกิจจะประสบปัญหาในเรื่องการแข่งขันประมูลและการจ่ายเงินพิเศษ และเพื่อความมั่นใจว่าจะได้รับสัญญาว่าจ้าง ร้อยละ 18 ต้องจ่ายเงินพิเศษ  และผู้ประกอบการเห็นว่าการคอรัปชั่นในวงราชการเป็นการเพิ่มต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจ (ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์และคณะ,2542 ) ส่วนในมุมมองของข้าราชการ เห็นว่า การคอรัปชั่นเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในสังคม  การรับสินบนเป็นเรื่องปกติ แต่สถานการณ์คอรัปชั่นลดลง  การซื้อขายตำแหน่งที่เกิดในวงราชการเกิดจากความไม่มีประสิทธิภาพของระบบบริหารงานบุคคล  หน่วยงานที่ข้าราชการไว้ใจในการแก้ปัญหาคือ ปปช. คตง. และสื่อมวลชน (รศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ, 2543)  ผลการศึกษาเจาะลึกจากกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง พบว่า ต้นตอของการคอรัปชั่นในวงราชการเกิดจากอำนาจของรัฐ 2 ประการ คือ การให้ละเว้นจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่น การหนีภาษี  และการจัดสรรประโยชน์หรือสิทธิ
ในการใช้ทรัพยากร   เช่น การสัมปทาน   การทุจริตในวงการจัดซื้อจัดจ้างเริ่มต้นจากการริเริ่มโครงการ โดยความร่วมมือของข้าราชการและนักธุรกิจ ซึ่งทำให้โครงการส่วนใหญ่มีเจ้าของ  และสืบเนื่องต่อในการกำหนดลักษณะ แบบของสินค้า หรือบริการ ทำให้ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างมีการแข่งขันกันสูง  นอกจากนี้ อัตราสินบนที่นักธุรกิจต้องจ่ายให้นักการเมืองและข้าราชการ ในการจัดจ้างเฉลี่ยร้อยละ  10-20 ของวงเงินงบประมาณ และในการจัดซื้อร้อยละ 5-10 ของงบประมาณจัดซื้อ  ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการทุจริตในวงการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเครือข่ายกว้างขวาง ใช้กระบวนการที่ถูกต้องตามระเบียบพัสดุอย่างเคร่งครัด ไม่ให้เกิดมีหลักฐานใด ๆ  แม้ว่าจะมีความพยายามปฏิรูป การตรากฏหมาย รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานอิสระ แต่จากการศึกษาพบว่าในข้อกฏหมายยังมีอุปสรรคขัดขวางการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการเข้ามาต้านคอรัปชั่น (ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ, 2543)

ดร.ปราบ สุวรรณมงคล (2542) ได้เขียนบทความเรื่องการบริหารจัดการที่ดีกับปัญหาคอร์รัปชั่น  ซึ่งได้ข้อคิดจากการสัมมนา World Conference on Governance  ณกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2542  ได้ให้ความหมายของคอรัปชั่นว่า หมายถึงการทุจริต การฉ้อราษฎรบังหลวง ซึ่งมีหลากหลายลักษณะ ดังเช่น

          การเสนอโครงการหรือเลือกโครงการ ที่ไม่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากนัก  แต่มีโอกาสได้เงินใต้โต๊ะมาก

          การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือราคาสูงกว่าความเป็นจริง

          การจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อยกเว้นกฎระเบียบ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีอากร

          การจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้มีโอกาสบริการสาธารณะบางประการ

          การยักยอกทรัพย์สินของรัฐไปเป็นของตนเอง

          การซื้อขายตำแหน่ง หรือ การกระทำที่มีผลกระทบต่อระบบคุณธรรมของราชการ

ในที่ประชุมสัมมนา World Conference on Governance มีความเห็นร่วมกันว่า การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นต้องกระทำอย่างจริงจังโดย ยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี ดังนี้

                 1.   การมีส่วนร่วมของทุกส่วนในสังคม  ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่ต้องร่วมมือกันในการรายงานข้อมูล การติดตามตรวจสอบและนำเผยแพร่ต่อสาธารณะ การเอาผู้กระทำผิด
ไปลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

  2.   การทำให้การบริหารงานในทุกองค์การมีความโปร่งใส โดยการเปิดเผยขั้นตอนการทำงานให้ผู้ติดต่อทราบ มีระยะเวลากำกับการดำเนินงานในขั้นตอนต่าง ๆ มีกฎระเบียบน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก และให้มีการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่น้อยที่สุด เพื่อปิดโอกาสที่
เจ้าหน้าที่จะเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนจากผู้ใช้บริการ

  3.   ผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้  การตรวจสอบต้องสามารถกระทำได้ทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ  การกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งที่มีโอกาสจะใช้อำนาจไปในทางมิชอบต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินทั้งก่อนและหลังดำรงตำแหน่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งเปิดให้มีการตรวจสอบจากสาธารณะ และการมีองค์กรอิสระที่มีอำนาจเพียงพอในการติดตามตรวจสอบผู้กระทำการคอรัปชั่นเพื่อนำมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

   4.   ยึดหลักนิติธรรม  การบริหารงานที่ยึดหลักกฎหมายที่มีความชอบธรรมและมีความเป็นสากล

   5.   มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันในการปฏิบัติหน้าที่ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปโดยเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคล หรือบุคคลเป็นการเฉพาะ เช่นการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหารเกี่ยวกับที่ดิน หรืองานศุลกากร

บทความเรื่อง การคอรัปชั่นภาคธุรกิจกับบรรษัทภิบาลในไทย ในกรุงเทพทัศนะ เขียนโดย ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และรจิตกนก จิตมั่นชัยธรรม (2544) ว่า วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี พ.. 2542  สาเหตุที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เฉพาะส่วนที่เป็นภาครัฐ แต่แฝงอยู่ในภาคธุรกิจด้วย

ลักษณะคอรัปชั่นในภาคธุรกิจมีหลายลักษณะ เช่น เกิดจากการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จไม่โปร่งใส ขาดการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เจ้าของอาจจะดำเนินการผิดพลาด หรือเกิดการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย การที่ผู้บริหารใช้อำนาจตามตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกหุ้นเป็นเจ้าของเป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุด  การคอรัปชั่นโดยการถ่ายโอนกำไรจากบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหลายรายไปยังบริษัทที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นเจ้าของ  ทำให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ต้องแบ่งผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้ร่วมลงทุน  การใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการค้ากำไรซึ่งมีตัวอย่างในตลาดหลักทรัพย์ ที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เทขายหุ้น โดยที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่รู้ตัว  รวมทั้งการที่กฏหมายในประเทศไทยให้การ
คุ้มครองผู้ถือหุ้นค่อนข้างน้อย  ทั้งนี้เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการ และกลไกการตรวจสอบการบริหารจัดการธุรกิจในประเทศไทยอ่อนแอ ทำให้การดำเนินธุรกิจในบริษัทบางรายไม่โปร่งใสและเสี่ยงต่อการฉ้อโกง
           

3. ข้อสรุป

     ปัญหาความไม่โปร่งใสและทุจริตคอรัปชั่นของภาครัฐและเอกชนเป็นปัญหาระดับชาติที่บั่นทอนความมั่นคงของชาติ   กระทบต่อการพัฒนาประเทศ   ความสงบสุขของพลเมือง ตลอดจนการได้รับความเชื่อถือจากต่างประเทศ  

4.  แนวทางแก้ไข

      การแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใส  ทุจริตคอรัปชั่นทั้งในภาครัฐและเอกชน จะต้องแก้ไขที่คนและระบบควบคู่กันไป 

     4.1   การแก้ปัญหาเรื่อง คน 

                    4.1.1       หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคน ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาทุกระดับ พึงปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริต  รับผิดชอบ มีวินัย ตลอดจนค่านิยมอื่น ๆ  ที่ถูกต้อง  รวมทั้งเข้าใจวิถีดำเนินชีวิตที่สมควรและมีคุณค่า 

                               มาตรการเฉพาะ

                                               1)    บรรจุเข้าในหลักสูตรทุกระดับ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บูรณาการเข้าในวิชา  จัดเป็นวิชาเฉพาะ  จัดเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง

                               2)    สร้างกระแสค่านิยมทางสังคมที่ถูกต้อง  ยกย่องคนดีในสังคมไทย ผ่านทางสื่อประเภทต่าง ๆ

                   4.1.2    หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน พึงพัฒนาบุคลากรให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ  มีระเบียบวินัย และทำงานด้วยความโปร่งใส 

                           มาตรการเฉพาะ

                           1)    คัดเลือกบุคลากร โดยกำหนดเกณฑ์ด้านคุณธรรมจริยธรรม ควบคู่กับความรู้ความสามารถ  และใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพในการวัด

                           2)    ผู้บริหารเป็นตัวอย่างที่ดี  และยกย่องบุคลากรที่มีความซื่อสัตย์สุจริต

                                           3)    มีหลักสูตรฝึกและพัฒนาจิตใจอย่างจริงจัง สม่ำเสมอและต่อเนื่อง

                                           4)    มีหลักสูตรพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เป็นระยะและต่อเนื่อง

     4.2   การแก้ปัญหาเรื่อง ระบบ 

               การปรับปรุงระบบและการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วไป  รวมทั้งการปรับปรุงลักษณะงานบางประเภท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอรัปชั่น  เช่น  ระบบการประมูล  การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ การจัดเก็บภาษี  การจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งองค์กรที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปรามปราม และลงโทษการกระทำที่ไม่โปร่งใส ทุจริตคอรัปชั่น

               มาตรการเฉพาะ

                               1)    ควรปรับปรุงระบบการทำงาน ให้มีความคล่องตัว ทันสมัย ลดขั้นตอน สามารถตรวจสอบได้  โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่

               2)    ผู้บริหารองค์กร  ควรรับรู้และปรับใช้วิธีการจัดการสมัยใหม่  ตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน

               3)    ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ที่สอดคล้องกับระบบ ไม่ซ้ำซ้อนสามารถปฎิบัติได้อย่างเป็นผล  และนำสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง 

               4)    มีระบบ กลไก และเทคโนโลยีสารสนเทศในการกำกับติดตาม การตรวจสอบ การประเมินภายใน เพื่อพัฒนาคุณภาพของบุคลากร  ผู้บริหาร และองค์กร อย่างจริงจัง และเป็นธรรม

               5)    มีระบบการประเมินภายนอก และการประกันคุณภาพองค์การ

               6)    ส่งเสริมระบบการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบจากภาคประชาสังคมและองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ

               7)    มีระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานที่เป็นปัจจุบัน สำหรับภายในหน่วยงานและบุคคลทั่วไป

               8)    มีระบบเงินเดือน การแต่งตั้ง การพิจารณาความดีความชอบที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพสังคม

               9)    ใช้ระบบคุณธรรมอย่างจริงจัง และเปิดเผยได้ 

               10)  ใช้กฏหมาย  ระเบียบ ข้อบังคับ ในการปฏิบัติงาน การลงโทษ อย่างจริงจัง  โดยไม่เลือกปฎิบัติ 

 

5.  หลักธรรมนำทางสู่ความโปร่งใสและปลอดทุจริต

      5.1    คนไทย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พึงน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่อง ความดี อันประกอบด้วย การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ และทำแล้วเกิดความสุข  และหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำรงชีวิตและการทำงาน (สรุปจากคำบรรยายในการสัมมนาฯ ของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, 4 สิงหาคม  2544 ) 

      5.2    พระธรรมปิฎก (พุทธธรรม, 2542)  ได้กล่าวถึงหลักธรรมเกี่ยวกับโภคทรัพย์ ไว้ดังนี้

               5.2.1    ในแง่บุคคล ควรดำเนินตามพุทธปฏิปทาที่นิยมยกย่องคนมั่งมีทรัพย์  เฉพาะผู้ที่ร่ำรวยขึ้นมาด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยทางสุจริตชอบธรรม และใช้ทรัพย์นั้นทำสิ่งดีงาม บำเพ็ญประโยชน์  เป็นการยกย่องความเป็นคนดีมีประโยชน์เหนือความมีทรัพย์

               5.2.2    ในแง่สังคม  ตามหลักพุทธศาสนา ทรัพย์เป็นอุปกรณ์หรือเป็นปัจจัยอุดหนุนชีวิต  ไม่ใช่จุดหมายชีวิต  ทรัพย์จึงควรเป็นเครื่องช่วยให้มนุษย์มีความสะดวกขึ้นในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม สังคมก็พลอยเจริญงอกงามอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  แต่ในทางตรงกันข้าม  ถ้าบุคคลยิ่งรวยขึ้น สังคมยิ่งซูบโทรมลง แสดงว่า มีการปฏิบัติผิดต่อทรัพย์  ไม่ช้าสังคมจะระส่ำระสาย

               5.2.3    ในแง่รัฐ  พระพุทธศาสนามองเห็นความสำคัญของทรัพย์ในสังคมชาวโลกว่า  ความจนเป็นความทุกข์ในโลก  ความยากไร้เป็นสาเหตุของอาชญากรรมและความชั่วร้ายต่าง ๆ ในสังคม (เช่นเดียวกับความโลภ และสัมพันธ์กับความโลภด้วย และถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ปกครองบ้านเมือง ที่จะต้องคอยเอาใจใส่ดูแลจัดสรรปันทรัพย์ให้แก่เหล่าชนผู้ไร้ทรัพย์ ไม่ให้มีคนจนยากขัดสนในแผ่นดิน  โดยอาศัยวิธีการต่าง ๆ ประกอบกันและเหมาะสมกับสถานการณ์  การป้องกันไม่ให้มี อธรรมการ คือ การกระทำและวิธีการที่ไม่ชอบธรรม ไม่เป็นธรรม  การเอารัดเอาเปรียบกัน

 


 

เอกสารอ้างอิง

เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และรจิตกนก จิตมั่นชัยธรรม . การคอรัปชั่นภาคธุรกิจกับบรรษัทภิบาลในไทย  กรุงเทพทัศนะ 24 มิถุนายน 2544.

พระธรรมปิฎก . พุทธธรรม . กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย , 2542.

ปราบ สุวรรณมงคล การบริหารจัดการที่ดีกับปัญหาคอร์รัปชั่น  เทศาภิบาล  ปีที่ 94  ตุลาคม        2542.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. สรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นในภาครัฐ             2543.

สุเมธ ตันติเวชกุล. ปัญหาความไม่โปร่งใสและทุจริตคอรัปชั่นของภาครัฐและเอกชนและแนวทางในการแก้ไข บรรยายในการสัมมนาหลักสูตรการจัดการสมัยใหม่ . 4 สิงหาคม  2544.